วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ศิลปะแห่งการคิด

ศิลปะแห่งการคิด



ศิลปะแห่งความคิดเป็นศิลปะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาศิลปะทั้งปวง ด้วยว่า มนุษย์ต่างก็คิดในหัวใจอยู่แล้ว เขาจึงเป็นมนุษย์ได้  นักคิดเขารู้ว่าเขาเป็นวันนี้ได้ ก็ด้วยความคิดนำพาเขามาสู่ที่แห่งนี้ และเขาก็กำลังสร้างอนาคตของเขาได้ ก็ด้วยคุณภาพความคิดที่เขาคิดอยู่

เราได้รับการควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบต่อจิตใจตนเอง และตัดสินใจว่าจะยอมให้สิ่งใดผ่านเข้าสู่อาณาจักรจิตใจ ด้วยการอาศัยอารมณ์ของตนเป็นทางเขา คิดเพื่อตัวเอง ใคร่ครวญในประจักษ์พยานที่เห็นอยู่ แสวงหาความเป็นจริงและสร้างชิวิตขึ้นมาบนสิ่งนั้นๆ

เรานำความไร้จุดจบวางลงบนอำนาจความคิด และยอมรับว่าการคิดที่กว้างใหญ่ย่อมนำความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาให้ สร้างภาพเป้าหมายทางจิตใจขึ้นมา แล้วลงมือดำเนืนการสร้างภาพเหล่านั้นให้เป็นความจริง

เรารู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นด้วยมโนภาพ และพลังสร้างสรรค์ของความคิด คือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งจักรวาล

เราจ้องมองด้วยตาดวงเดียว แห่งการใส่ใจอย่างเเน่วแน่ การแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นเพียงไฟฉายอันทรงพลังที่จะนำเราผ่านความมืดไป

เราทะนุถนอมจิตใจอันเปิดกว้าง การสังเกตุ การวิเคราะห์ การวินิจฉัยปัญหา ล้วนเป็นการสอดส่ายเสาะหากุญแจที่เป็นตัวไขปัญหาทั้งปวงซึ่งซุกซ่อนอยู่

เราคิดทั้งที่เป็นภววิสัยและอัตวิสัย รวมพลังจิตจากทั้งโลกที่ไร้จิตใจและมีจิตใจ

เราใช้อำนาจวิเศษแห่งจิตใต้สำนึก บัญชาเพื่อให้บังเกิดขึ้นมาพร้อมความคิดในยามหลับนอน เพราะเรารู้ว่าความคิดก็ไม่ต่างจากต้นไม้ โตทั้งยามกลางวันเเละกลางคืน

เราศึกษากฎของเหตุและผลขับเคี่ยวกันไปเพื่อการทำงานอย่างกลมกลืนกับกฏเหล่านั้น

เรายืนเผชิญหน้ากับปัญหาทั้งปวงด้วยสัญชาตญาณ และด้วยตรรกะ ใช้แสงสว่างแห่งจินตนาการเพื่อสร้างสรรค์ และจิตใจที่ได้ไตร่ตรองมาดีเพื่อพิพากษาบททดสอบแรงดลดาลใจด้วยเหตุผล

เราควรเลี่ยงห่างจากจิตใจที่เป็นลู่หนึ่งทางเดียว และพุ่งจิตใจออกไปสู่เบื่องหน้าในทุกทิศทุกาง เพื่อแผ่ขยายแนวพรมแดนของจิตใจเราออกให้กว้างใหญ่

เราต่อสู้เพื่อพัฒนาจิตใจ โดยไม่ยอมให้สูญเสียความเรียบง่ายแห่งความเป็นเรา

ความคิดเป็น อำนาจ ที่ได้มาแต่กำเนิด เพื่อให้เราเลือกทิศทางเดินและกำหนดชะตากรรมของตนเอง เราพากเพียรในการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดและดีเยี่ยม 

อำนาจอยู่ในมือ เราคือผู้ใช้ ขอบคุณที่อ่านครับ

ศิลปะแห่งจินตนาการ

ศิลปะแห่งจินตนาการ



จินตนาการมีอำนาจทากกว่าความรู้  แอลเบิร์ท ไอน์สไทร์ กล่าว 

จินตนาการแผ่ภาพมอง ให้กว้างให้กว้างใหญ่ ขยายจิตใจออกไพศาล ท้ายสิ่งเป็นไปไม่ได้ทุกประการ

การปลุกจินตนาการให้ตื่นขึ้นมาได้โดยผ่านแรงผลักดันของ ความอยากรู้ยากเห็น เเละ ความไม่พึงพอใจ

ท่านปลุกจินตนาการให้ตื่นขึ้นมาโดยโหมกระพือไฟจิตใจผ่านประสาทรู้สึก ตา หู จมูก กล้ามเนื้อ ผิวหนัง กระตุ้นจินตนาการด้วยการให้ข้อมูลเพียบพร้อมสำหรับการทำงาน

ท่านให้เวลาสำหรับความใฝ่ฝันและความเพ้อฝัน การรู้ถึงสิ่งหนึ่งในยามท่านเปิดว่างและพร้อมรับ เฉกเช่น เด็กตัวเล็กๆ แล้วท่านย่อมจะผ่านสู่อาณาจรักแห่งความคิด

ท่านคบค้าสมาคมกับผู้คนหลากชนิด จ้องมองหาประกายไฟสร้างสรรค์เพื่อแผ่แนวคิดและวิธีการใหม่ๆ

ท่านเรียนรู้ได้จากเทพเจ้าแห่งจินตนาการผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น ฑอมัส แอลวา เอดิสัน ผู้เคยถูกถามเคล็ดลับแห่งอัฉริยภาพในการค้นคิดสร้างสรรค์ได้ให้คำตอบอันกระจ่างว่า ข้าพเจ้า และ ค้นหาคำตอบจากภายใน

ท่านใช้จินตนาการของท่าน เพื่อมองดูทุกสิ่งทุกอย่างด้วยดวงตาอันสดใสเสมอหนึ่งว่าท่านพึ่งหลุดพ้นออกมาจากอุโมงค์อันมือมิดออกมาสู่แสงสว่างของยามกลางวัน

จินตนาการของท่านจะเป็นดังตระเกียงวิเศษ อันจะนำทางสำรวจความมืดของสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งท่านอาจพบลายแทงใหม่ที่นำท่านไปสู่เป้าหมายเก่า

เเน่นอนเราต้องยอมรับความจริงเเห่งข้อเท็จจริง แต่ทว่า เราย่อมใช้จินตนาการเพื่อการชำแรกลึกลงสู่ใต้ผิวสิ่งเหล่านั้น และเพื่อวางโครงการความคิดของเราให้ไกลลึกออกไป สำหรับการแสวงหาคำตอบที่สร้างสรรค์แก่นานาปัญหา

แบบฝึกหัดง่ายๆถามใจเรามีฝันไหนของเราไหมที่ยังทำไม่เสร็จ เพราะเราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ลองเชื่อและหาทางอีกซักครั้งดู ให้ได้ชื่อว่าอย่างน้อยก็ได้ทำตามฝัน

เพราะ มีจินตนาการโลกถึงได้น่าอยู่ ขอบคุณที่อ่านครับ

วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ศิลปะแห่งการพูดคุยกับตัวเอง

ศิลปะแห่งการพูดคุยกับตัวเอง 



   หนุษย์ต่างก็คิดในสัญลักษณ์ของวาทะ และความคิดอันสงบนิ่งเช่นนั้น เท่ากับเป็นการพูดคุยกับตัวเอง บางครายามเมื่ออยู่เพียงลำพัง เขากลับพูดเสียงดังกึกก้อง แต่ไม่ว่าสงบหรือดังลั่นก็ตามการสนทนากับ
ตัวเองล้วนเป็นสิ่งสร้างสรรค์ ด้วยว่านั่นเป็นการทำให้เขาเป็นสิ่งที่เขาเป็นอยู่

   สิ่งที่เขาพูดกับตัวเองนั้นสลักสำคัญกว่าสิ่งที่คนอื่นพูดกับเขา ชีวิตถูกจัดขึ้นมาล้วนอยู่ในครรลองที่เขาต้องพูดกับตัวเองเป็นนิจศิล

   คนเราอาจพูดกับตัวเองได้ทั้งด้านตรงและด้านกลับ ถึงความสุขหรือความทุกข์ ความล้มเหลวหรือความสำเร็จ สวรรค์หรือนรก

   ยามเมื่อพูดกับตนเองด้วยเรื่องของความน่าเวทนาของตนเอง ความพ่ายแพ้ การเย้ยหยัน ความไร้แก่นสาร ความกลัดกลุ้ม ความสิ้นหวัง และการหลบกนี้แล้ว ก็เหกมือนว่าเขาฉีกตนเองออกเป็นชิ้นๆ และทำลายอนาคตตัวเองให้ย่อยยับ

    คนเราสามารถดันแปลงชีวิตของตนเองได้โดยการสับเปลี่ยนคำยืนยัยอย่างหนักแน่นของการสนทนาในส่วนลึกของจิตใจ ออกมาเป็นถ้อยคำอันสามารถสร้างความกระปรี้กระเปร่า และจุดแรงบัลดาลใจได้

    เขาสามารถพูดเสียงดังพุ่งตรงเข้าสู่กระดูกสันหลังของตนเอง เผื่อว่าจะบังเกิดความกล้า และความมั่นใจในการยืนขึ้นเผชิญหน้ากับชีวิต

เขาสามารถพูดกับตัวเองเพื่อกำจัความท้อแท้ และความสิ้นหวังด้วยการรวบรวมเอาพรนานาที่มีอยู่

เขาพูดกับตัวเองเพื่อยอมรับความเหนื่อยยาก และอุปสรรคทั้งปวงและยืนเผชิญหน้าด้วยจิตวิญญาณอันห้าวหาญทระนง

เขาพูดกับตัวเองเพื่อสำรวจดูหน้าที่และความรับผิดชอบของตนในแง่คิดใหม่ๆ ทั้งในแง่โอกาสและเอกสิทธิ์

เขาพูดกับตนเองเกี่ยวกับความงาม ความภาคภูมิใจและความน่าพิศวงของชีวิต เขาโน้มน้าวใจตนเองว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งให้เขาพำนัก และงานสำคัญชิ้นหนึ่งให้เขาทำ 

ครรลองที่คนเราหพูดดคุยกับตนเองนี้ทรงมหิทธานุภ่พยิ่ง ถ้อยคำของเขาสามารถสร้าง และทำลายชีวิตตนได้อย่างสิ้นเชิง

 ชีเชโร รจนา ไม่มีใครใด สามารถให้คำแนะนำอันปราดเปรื่องคมคายได้มากว่าตัวท่านเอง

ขอบคุณที่อ่านครับ

ศิลปะแห่งการเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ศิลปะแห่งการเปลี่ยนแปลงตัวเอง



    แน่นอนที่มีบางอย่างที่มันไม่ดีในตัวเรา ที่อยากแก้ไขมากมาย เต่ก็นะความเคยชินก็ยังทำให้เราไม่ไปไหน เหมือนกับดัก การเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเรื่องที่ดีครับ ในทางที่ดีขึ้นนะ เป็นการเพิ่มความนับถือให้กับตนเอง เป็นหนทางแห่งความสุข เป็น ขัวดึงดูดความสุขอีกทาง 
   ทำต้องเปลี่ยนละโพสก่อนยังบอกว่าเป็นตัวเองนะดีแล้ว ครับผมถูกต้อง แต่อย่าลืมว่ามันคือศิลปะ ก็ในเมื่อบางคนยังเบื่อตัวเอง บางทีก็คิดด้วยซ้ำเรามีดีอะไรไหม การเปลี่ยนแปลงตัวเองเหมือนการต่อยอดความดีที่เรามีให้มันโดดเด่นขึ้นมา บนพื้นฐานแห่งความดี ลองถามตัวเองซักนิดนะครับ ว่าวันนี้เราพอใจในสิ่งที่เราเป็นแค่ไหน อะไรที่ไม่ดีก็เปลี่ยนดีไหม มาสร้างงานชิ้นเอกอีกชิ้นกันครับ ด้วยเเนวคิดของนักปรัชญาผู้ไม่หลงโลก กันดีไหม เป้าหมายเดิมครับ ความสุข ความภูมิใจ
    

    ชีวิตกำลังหวดกระหน่ำเราอยู่อย่างหนักหน่วง และคงเส้นคงวาแล้วสิ่งใหม่ก็บังเกิดขึ้นมาด้วยจากการถั่งตีนั้นจะเปลี่ยนแปลงตัวเรา กล่าวคือ ให้ประสบการณ์เป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงตัวเรา อดทนอย่าท้อครับ เราทุกคนต้องเรียนรู้เช่นกัน เพื่อก้าวข้ามความไม่พอใจในตัวเอง
    ในหมู่สรรพสัตว์แห่งโลกใบนี้ มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ มนุษย์เท่านั้นที่เป็นสถาปนิคของชีวิตตัวเองได้

    วิลเลียม เจมส์ เคยกล่าวไวว่า การค้นพบว่ามีแต่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติภายในจิตใจเท่านั้น มนุษย์จึงเปลี่ยนแปลงรูปการภายนอกของชีวิตตนเองได้
    
ความเปลี่ยนแปลงอาจได้รับแรงบันดาลใจด้วยการเลือกสรรบรรพบุรุษทางจิตวิญญาณของท่านมาจากผู้ยิ่งใหญ่ในยุคสมัย ท่านสามารถปฎิบัตืตามความมีจิตใจงามขอล ลิงคอล์น การเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของ ฌไวท์เซอร์  ความมีสายตายาวไกลอย่าง แฟรงคลิน

   ความเปลี่ยแปลงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และต้องใช้พลังขับเคลื่อนภายในที่ทรงพลัง มุ่งมั่นด้วยเช่นกัน เพราะ เรานั้นไม่อาจปีนเขาได้ด้วยความคิดของการเดินลงเขา หากโลกของเราหดหู่และสิ้นหวังแล้ว ก็ด้วยเพราะ ตัวเราหดหู่และสิ้นหวัง เราต้องเปลี่ยนจิตใจของตนเองเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกของเราเอง 
    ความเปลี่ยนแปลงต้องมีอัตวินัย พึงบังคับตนเองให้ทำในสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ
    การเปลี่ยนแปลงต้องมีการสับเปลี่ยนนิสัยใหม่แทนนิสัยเก่า เราต้องสร้างต้นแบบเป็นอัตลักษณ์ และอนาคตของตนเองด้วยความคิด และการกระทำของตน
    ความเปลี่ยนแปลงดำเนินไปด้วยความผูกสัมพันธ์กับชายหญิงทุกคนผู้สามารถเดินทางเป็นผู้ชี้เเนะ และผูกมิตรต่อผู้รู้เหล่านั้นด้วยความถ่อมตน 
    ความเปลี่ยนแปลงจะบรรลุความสำเร็จด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของเราเอง พึงหลบเล้นจากที่ต่ำกว่า และเอื้อมคว้าสิ่งที่สูงกว่าแวดล้อมตนเองไว้ด้วยสิ่งดีที่สุดซึ่งมีอยู่ในหนังสือ ดนตรี และศิลปะวดับฟังนักพูดที่ยิ่งใหญ่ แขวนรูปบุคคลที่ท่านชื่นชมไว้ที่ผนังบ้าน
    ความเปลี่ยนแปลงนั้นต้องตระหนักผ่านวิวัฒนาการอย่างมีจิตสำนึก นาทีชนนาที วันชนวัน ต้องใจจดใจจ่ออยู่กับบุคคลที่ท่านจะเป็น
    ความเปลี่ยนแปลงบรรลุความสำเร็จได้ในทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ทั้งสิน ขอเพียงแต่ตอบตัวเองได้ก็พอ ว่ายอมรับเงื่อนไขต่างๆเพื่อความสำเร็จได้
    แบบฝึกหัด ง่ายๆ ลอกเอากระดาษมา เขียนข้อดี ข้อเสียตัวเอง มั่นใจ เสียมากกว่าดี ลองเลือกข้อเสียที่เราไม่พอใจที่ง่ายๆ ก่อน เเล้วต้องใจเปลี่ยนแปลงดูโดยมีเงื่นไขของเวลามาช่วย ว่าต้องทำได้ในกี่วัน

ขอบคุณที่อ่านครับ

ศิลปะแห่งการเป็นตัวเอง

ศิลปะแห่งการเป็นตัวเอง



   ศิลปะแห่งการเป็นตัวเองนั้น เท่าที่บอกได้ชัดเจนที่สุด คือ การคลี่คลายบุคลิกภาพของท่านสู่คนที่ท่านปรารถนาจะเป็น นักชีววิทยาท่านหนึ่งกล่าวว่า ความเป็นไปได้ของแม้กระทั้งคู่แฝดที่มีความเหมือนกันทุกประการนั้น มีโอกาสแค่เพียงหนึ่งเดียวของ อิเล็คทรอน ทั้งปวงที่มีอยู่ในโลกเท่านั้น ด้วยว่าคนแต่ละคนย่อมมีความเป็นตัวเองในตัวเองของแต่ละคนอยู่แล้ว

   ความเป็นตัวเองเป็นพรสวรรน์ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่หลายคนไม่พอใจได้ในสิ่งที่เป็น เพราะ มีคุณค่าของความนิยมทางสังคมที่ชื่นชมกับ ลักษณะเด่นอันใดอันหนึ่ง 
   แต่เหนื่อยไหม กับการต้องเป็นใครที่ไม่ใช่ตัวเรา บางทีเหมือนฝืนใจ บางทีก็พอใจ เป็นเรื่องที่ดีครับที่เราเป็นอะไรได้มากกว่าหนึ่งอย่าง แต่หน้าเสียดายในวันที่สำคัญ หรือ กับบุคคลสำคัญเราลืมกลับมาเป็นตัวเอง 
    แต่ความสำคัญของการรู้จักตัวเอง คือ เรียนความเข้มแข็งของตัวเอง เรียนรู้ความอ่อนแอของตัวเอง เพื่อหาสิ่งที่ได้มาแต่กำเนิดเป็นรากฐานในการต่อยอดความสามารถ เฉพาะ บุคคลที่ไม่มีใครเทียบได้ เพราะ ความลับของตัวเรา มีแต่ตัวเราเท่านัน้ที่จะเปิดได้

   สำหรับการเริ่มต้นที่ดี คือ การที่เรามีศรัทธาในตัวเอง และความมุ่งหวังของตัวเราเอง เอเมร์สัน รจนา ว่า ( ด้วยว่าหัวใจทุกดวงล้วนทำให้เส้นลวดสั่นสะท้านได้ )

   โปรดเคารพตัวเอง พวกเรายังมีสิทธิในเรื่องนี้อย่างเต็มที่และมีงานสำคัญมากมายที่เราต้องทำให้บรรลุ

    พึ่งอย่าหลบเงาตัวเอง จงเอาตัวเราออกไปสู่เส้นทางที่กว้างใหญ่

    พึ่งทำเพื่อตัวเองให้มากที่สุด ด้วยสร้างฝันในใจ แม้จะเป็นเพียงประกายไฟเล็กๆ ก็จงพัดด้วยพลังขับเคลื่อนในใจจนเป็นเปลวเพลิงแห่งความสำเร็จ

เราต้องสร้างตัวเราเองที่เราปรารถนาขึ้นมา  แล้วเราจะมีความสุขในการมีชีวิตทั้งชีวิตของตนเอง ในสัมพันธภาพช่องตัวของท่านเองกับตัวตนอื่นทั้งปวงในโลกนั้นพึงปฏิบัติบัติตามคำอันคมคายของ Shakespeare รจนาว่า ( จงจริงจังต่อตนเองเถิดแล้วจะได้รับการปฏิบัติตาม เฉกเช่นกลางคืนติดตามกลางวัน เช่นนั้นแล้วท่านก็มิอาจไม่จริงใจต่อใครได้เลย )
  แบบฝึกหัด เล็กๆน้อยๆ ก่อนนอนลองคิดถึงว่าเราได้รับคำชมเรื่องใดที่ทำให้เราภูมิใจมากที่สุด แล้วขอบคุณตัวเองที่ได้ทำสิ่งนัน้
   สำหรับคนที่คิดไม่ออก หรือ เฉย หรือ ไม่ค่อยชอบที่ตัวเองเป็นซีกเท่าไหร่ ลองเปิดใจให้ตัวเองดู แล้วอาจทำให้พบความน่ารัก ความน่านับถือของตัวเองซ่อนอยู่ หาให้เจอ เจอเร็วความสุขก็มาเร็ว ทุกคนมีข้อดีหมด เพียงแต่ว่าบางทีไม่ยอมรับมันนั่นเอง อย่าลืมเเม้แต่เรื่องเล็ก ก็จงภูมิใจเถอะ แล้วมันจะเป็นเรื่องน่าภูมิใจที่ยิ่งใหญ่เอง
    สุดท้ายนี้ พึงสุภาพต่อตนเอง เรียนรู้ในการรักตัวเอง ในการให้อภัยตัวเอง มีเพียงเราต้องมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อตนเองเท่านัน้น เราจึงจะมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อผู้อื่น
   


 ขอบคุณที่อ่านครับ
   



  

The Art Of Living

                                                     Heart Designing

    ว่าด้วยเรื่องของการออกแบบหัวใจ ให้เป็นในแบบไหนดี แบบที่คนอื่นชอบ ต้องการ หรือแบบที่เป็นตัวเราเอง เอาแบบไหนดี หรือ จะเอาทั้งสองอย่างมารวมกัน จะออกแบบไหนก็ได้เมื่อใจเป็นอิสระ มันจะเหมือนกระดาษเปล่าที่พร้อมจะให้เราแต่งเติมสีสัน ขีดเขียน หรือจะเอากระดาษนั้นมาพับเป็นอะไรก็ได้ที่อยากให้เป็น สิ่งสำคัญ คือ เป็นแบบไหนนั้น ใจเรามีความสุขไหม จังหวะหัวใจแต่ละหัวใจนั้นมักต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่มีเพียงอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่ต่างกันคือความรัก มันซ่อนอยู่ ในยามสุขหรือทุกข์ก็ปราถนาใครซักคนที่จะมาร่วมแบ่งปันสิ่งเหล่านั้น
   ในโลกที่วุ่ยวายนี้จะมีซักกี่คนที่เริ่มฟังเสียงหัวใจตัวเอง ฟังความต้องการของใจตัวเอง แต่ละคนวิ่งต่อสู้กับการตามหาปัจจัยสี่ หรือ บางทีก็ตอบไม่ได้ว่าที่ๆทำอยู่ทำไปทำไม
   สายตาผู้คนเริ่มสิ้นความฝันไร้จุดยืน วิ่งตามกระเเสสังคม วิ่งไปลู่วิ่งที่ไม่มีเส้นชัย ไม่เคยหยุดคิดว่าจะวิ่งไปไหน เป็นเรื่องที่ดีที่มีการพัฒนาแต่ทำไมละ คุณค่าทางจิตถึงได้ลดลง จิตใจที่อ่อนโยนหายไปไหน ความโรแมนติกหายไปไหน ศิลปะละยังมีอยู่อีกไหม แล้ววันนี้รักตัวเองมากพอรึยัง
   ผมเลยคิดว่า ในเวลาอย่างวันนี้อยากขวนคนมาข่วยเเขร์ ศิลปะ ความ ART ทางอารมณ์ด้วยกัน การออกแบบต้องใช้จิตนาการ เป้าหมาย คือ การสร้างมนุษย์แห่งความสุขขึ้นมา เรามาร่วมสร้างตัวเราเองให้เป็นมนุษย์ความสุขกันด้วยงานศิลปะ และ ตัวเราเองคือ ผลงานชิ้นโบว์แดงที่มีพลังมหัศจรรย์ คือ นอกจากเราเองมีความสุขแล้วยังทำให้คนอื่นมีความสุขได้อีก เริ่มง่ายๆ แค่เริ่มยิ้มให้กับคนในกระจกก่อนเลย
  
  จะออกแบบหัวใจก็ต้องรู้เรื่องพื้นฐานบางเรื่องสักเล็กน้อย เรื่องง่ายที่ยากจะเข้าใจ



   เพราะ เรายังไม่รู้จักตัวเราเอง กับ เราไม่ยอมรับหัวใจเราเอง เนื่องด้วยเราควรรู้ก่อนว่า ใจเราจริงๆ เป็นแบบไหน อย่าง บางคนใจเข้มแข็ง บางคนใจอ่อนแอ และอีกหลายๆ หัวใจ ขึันกับประสบการณ์ที่ได้พบเจอกันมา
   สิ่งที่ทำให้หัวใจมีความหมาย นั้นคือ ความรู้สึกต่างๆ ที่เราได้รับจากรอบข้าง หรือ จากที่เราสร้างขึ้นมา เพียงลมผัดผ่านเราเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกดีมีความสุขแล้ว สำหรับบางหัวใจ
   ในเรื่องของเครื่องมือ ที่บอกความเป็นเราอย่างไร ก็มีทั้งแบบทดสอบจืตวิทยาต่างๆ ดวงวันเกิดบ้าง จากคนรอบข้างบ้าง เมื่อใคที่เรารู้จะไปทางไหน เครื่องมือที่จะพาเราไปมันจะมาเองลองค้นหากันดู
   สำหรับวันนี้  สิ่้งสำคัญ คือ หัวใจทุกหัวใจควรมีรัก ความรัก คือ ศิลปะที่ทำให้ใจ มีรูปแบบเฉพาะ ที่กล่าวมาล้วนเป็นนามธรรมก็จริง แต่ชิ้นงานศิลปะที่งดงามหรือมีเอกลักษณ์ต่างก็มาจากนามธรรมเช่นกัน

   วันนี้จึงชวนมาออกแบบหัวใจให้มีรักกัน
พื้นฐานของความรัก คือ ความเมตตา ส่วน ความเมตตาก็คือ อยากช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ ความเห็นใจ
ขอยกตัวอย่างนิยาม ความรัก ของนักคิดต่างๆในอดีตสักนิดหน่อย เพราะ มันเยอะเหลือเกิน 

มิตรภาพ ความหยั่งรู้ ความสุข ศิลปะแห่งชีวิตที่ดีทั้งปวงคือ ลูกประคำอันพร่างพรายซึ่งร้อยเรียงด้วยเส้นด้ายทองคำแห่งความรัก

ความรัก คือ ฐานและยอดพีระมิดแห่งความเป็นอยู่ของเราทุกๆคน

ความรัก คือ การเคลื่อนที่ไปอย่างมีพลังแห่งการเคลื่อนไหว อยู่หลังฉากความมุ่งหวังอันมีค่าทุกครั้งครา คือพลังผลักดันสูงส่งซึ่งเทิดชูมนุษย์ให้สูงส่ง

ความรัก คือ ความดีงามล้ำเลิศ คือชีวิตอันท่วมท้น คือการมอบตัวเราให้แก่ความมุ่งหวังและความมุ่งหมายอันสูงส่ง

ความรัก คือ การดึงดูดจิตวิญญาณ ซึ่งร้อยรวมผู้คนเข้าร่วมงานแห่งความมหัศจรรย์ด้วยกัน เหมือน เช่นที่ ฑอมัส คาร์ไลล์ รจนาไว้ สิบคนร่วมมือ ร่วมใจด้วยความรัก ก็สามารถทำในสิ่งซึ่งคนเรื่อนหมื่นต่างคนต่างทำแล้วอาจล้มเหลวได้

ความรัก คือ ยาแก้พิษอันดีพร้อม ซึ่งชำแรกผ่านสู่จิตใจเพื่อชำระล้างความชิงชัง ความรืษยา ความขุ่นเคือง ความกังวล และความหวาดกลัว

   ยังมีอีกมากมาย แต่ที่สำคัญ วันนี้ผู้ออกแบบความรัก คือ ตัวคุณ ดังนั้น คุณควรรักตัวเองก่อน รักยังไงคงเป็นคำถามในใจหลายคน (ไม่เอาน่า) เรารู้อยู่เเล้วว่าต้องทำยังใง ไปหานิยามรักที่โดนใจ หรือ ว่าใช่เราที่สุดมาก่อน สำหรับผม ความรัก คือ การให้ แค่นั้นง่ายๆ เมื่อผมบอกว่ารักคือการให้ ดังนั้น ผม จะหาสิ่งดีให้กับตัวเอง เริ่มที่สร้างสิ่งดีๆให้ตัวเอง นี่คือพื้นของการรักเป็น เหมือนกันหากเรารักงานทีทำเราก็ให้เวลากับงานนั้น หากเรารักใครสักคนเราก็จะหาสิ่งดีให้กับใครคนนั้น
   บางที่เราลองสังเกตุดูว่า ความรักนั้น พระเจ้าส่งมาเพื่อรับใช้เรา ไม่ใช้ให้เรารับใช้ความรัก มีผู้ที่ตกเป็นทาสแห่งความรักมากมาย จงรู้ตัวซะให้ไว หากมีใครได้เจ็บปวดเพราะรัก ก็ขอบคุณความรักที่ยังเตือนว่าเรายังมีลมหายใจจึงยังได้รู้สึก แล้วจดจำไวว่าที่เจ็บปวดนั้น คงเพราะ เรายังรักตัวเองไม่มากพอ 
   ความรัก คือ พื้นฐานของการออกแบบหัวใจในด้านต่างๆ เป็นพลังขับเคลื่อน เป็นแรงดึงดูด การออกแบบหัวใจจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจความรัก
    แต่ในบางคนเจอรักที่ไม่สมหวัง เจอรักที่ทำให้ทุกข์ หรือแม้อาจไม่เคยได้รู้จักความรักด้วยซ้ำ หรือมองความรักเป็นเรื่องคนคนสองคน พอเจอแบบนี้อยากให้มีมุมมองใหม่ว่า ตัวเราเองนี่แหละ คือ ครูชั้นอนุบาลที่จะสอนให้เรารักเป็น เริ่มจากรักตัวเองกันก่อนยังไม่ต้องแสวงหาผู้ใดมารัก เรียนรู้ตัวเอง เข้าใจตัวเอง แล้วคุณจะออกแบบความรักที่ดีออกมาได้ บททดสอบความรักที่ดีคือคุณได้รับความสุขจากรักนั้นเอง
   แล้วแบบนี้ การที่เราทำอะไรให้คนอื่น คนที่เรารัก หรือกับสิ่งใดก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเราเอง แล้วมีความสุขละ ถามง่ายๆถ้ามีความสุขจริงๆละก็ นั้นคือคุณรักเป็นแล้ว เนื่องด้วย (ให้ไปสุขใจก็คือได้คืน) มันเป็นความรักเหมือนที่แม่คนหนึ่งทำให้ลูกที่ตัวเองรักนั้นแหละ เพราะ เธอรู้แล้วลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างของเธอเอง แต่กับบางอย่างที่ให้ไปแล้วรู้สึกสุขแต่เป็นความสุขชั่วคราว แล้วกับมานั่งทุกข์มากกว่าหากเป็นเป็นนี้ หันมารักตัวเองให้มากๆนะ (เป็นห่วง) 
   ความรักไม่ใช่การยึดมั่นถือมั่น แต่คืออิสระทั้งผู้รัก และ ผู้ถูกรัก เมื่อเข้าใจแบบนี้มันบั่นทอนความทุกข์ไปได้เยอะเลยละ
   ความรักทำให้เราอดทนต่อสิ่งที่เราทำ ต่อสิ่งที่เรารัก แต่กับความลุ่มหลงนั้นกับทำให้เหมือนคนโง่ที่ไม่ยอมฉลาดทั้งๆที่ทำได้
   วันนี้หากออกแบบความรักแล้ว มาตรฐานที่จะใช้วัด นั้นง่ายมาก คือ วันนี้คุณมีความสุข หรือ ความทุกข์
สำหรับแบบฝึกหัดที่ผมอย่างให้ทำนั้นไม่ยาก แค่หาสิ่งดีๆให้ตัวเอง แล้วค่อยตรวจสอบว่ามีความสุขไหม อันไหนทุกข์ก็ว่างไว้ก่อนอย่าเพิ่งทิ้งนะ บางอย่างอาจถูกคนเเต่ยังไม่ถูกเวลา อันไหนสุขก็รับสิ่งนั้นเก็บไว
เราจะได้รู้ไงว่าเราชอบจริงๆ อยากทำอะไรแล้วมีความสุขทำไป (ไม่เดือนร้อนใครนะ) เชื่อเถอะอะไรที่เดือดร้อนคนอื่นนั้น ไม่ใช่ความสุขหรอก 
   ลองจินตาการเราเป็นกระดาษ จะเเต่งจะเติมอะไรก็ทำไป ทำเพลินๆ หัวใจใครหัวใจมัน อย่างมีความสุขเอาความพอใจเป็นเครื่องวัด  เพราะเมื่อไหร่ที่เราเป็นตัวของตัวเองแล้วผู้คนรอบข้างรักเราในแบบที่เราเป็น นั้นคือความสำเร็จในการงานศิลปะชิ้นนี้เลย ศิลปะแห่งการรักตัวเอง ไกล์ให้หน่อยนึง ลองยิ้มให้ตัวเอง

  (มีสาระบ้าง ไม่มีบ้างต้องขออภัย แล้วจะทำให้ดีขึ้นไป ขอบคุณที่อ่านครับ)