ศิลปะแห่งจินตนาการ
จินตนาการมีอำนาจทากกว่าความรู้ แอลเบิร์ท ไอน์สไทร์ กล่าว
จินตนาการแผ่ภาพมอง ให้กว้างให้กว้างใหญ่ ขยายจิตใจออกไพศาล ท้ายสิ่งเป็นไปไม่ได้ทุกประการ
การปลุกจินตนาการให้ตื่นขึ้นมาได้โดยผ่านแรงผลักดันของ ความอยากรู้ยากเห็น เเละ ความไม่พึงพอใจ
ท่านปลุกจินตนาการให้ตื่นขึ้นมาโดยโหมกระพือไฟจิตใจผ่านประสาทรู้สึก ตา หู จมูก กล้ามเนื้อ ผิวหนัง กระตุ้นจินตนาการด้วยการให้ข้อมูลเพียบพร้อมสำหรับการทำงาน
ท่านให้เวลาสำหรับความใฝ่ฝันและความเพ้อฝัน การรู้ถึงสิ่งหนึ่งในยามท่านเปิดว่างและพร้อมรับ เฉกเช่น เด็กตัวเล็กๆ แล้วท่านย่อมจะผ่านสู่อาณาจรักแห่งความคิด
ท่านคบค้าสมาคมกับผู้คนหลากชนิด จ้องมองหาประกายไฟสร้างสรรค์เพื่อแผ่แนวคิดและวิธีการใหม่ๆ
ท่านเรียนรู้ได้จากเทพเจ้าแห่งจินตนาการผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น ฑอมัส แอลวา เอดิสัน ผู้เคยถูกถามเคล็ดลับแห่งอัฉริยภาพในการค้นคิดสร้างสรรค์ได้ให้คำตอบอันกระจ่างว่า ข้าพเจ้า และ ค้นหาคำตอบจากภายใน
ท่านใช้จินตนาการของท่าน เพื่อมองดูทุกสิ่งทุกอย่างด้วยดวงตาอันสดใสเสมอหนึ่งว่าท่านพึ่งหลุดพ้นออกมาจากอุโมงค์อันมือมิดออกมาสู่แสงสว่างของยามกลางวัน
จินตนาการของท่านจะเป็นดังตระเกียงวิเศษ อันจะนำทางสำรวจความมืดของสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งท่านอาจพบลายแทงใหม่ที่นำท่านไปสู่เป้าหมายเก่า
เเน่นอนเราต้องยอมรับความจริงเเห่งข้อเท็จจริง แต่ทว่า เราย่อมใช้จินตนาการเพื่อการชำแรกลึกลงสู่ใต้ผิวสิ่งเหล่านั้น และเพื่อวางโครงการความคิดของเราให้ไกลลึกออกไป สำหรับการแสวงหาคำตอบที่สร้างสรรค์แก่นานาปัญหา
แบบฝึกหัดง่ายๆถามใจเรามีฝันไหนของเราไหมที่ยังทำไม่เสร็จ เพราะเราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ลองเชื่อและหาทางอีกซักครั้งดู ให้ได้ชื่อว่าอย่างน้อยก็ได้ทำตามฝัน
เพราะ มีจินตนาการโลกถึงได้น่าอยู่ ขอบคุณที่อ่านครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น