วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

The Art Of Living

                                                     Heart Designing

    ว่าด้วยเรื่องของการออกแบบหัวใจ ให้เป็นในแบบไหนดี แบบที่คนอื่นชอบ ต้องการ หรือแบบที่เป็นตัวเราเอง เอาแบบไหนดี หรือ จะเอาทั้งสองอย่างมารวมกัน จะออกแบบไหนก็ได้เมื่อใจเป็นอิสระ มันจะเหมือนกระดาษเปล่าที่พร้อมจะให้เราแต่งเติมสีสัน ขีดเขียน หรือจะเอากระดาษนั้นมาพับเป็นอะไรก็ได้ที่อยากให้เป็น สิ่งสำคัญ คือ เป็นแบบไหนนั้น ใจเรามีความสุขไหม จังหวะหัวใจแต่ละหัวใจนั้นมักต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่มีเพียงอยู่สิ่งหนึ่งที่ไม่ต่างกันคือความรัก มันซ่อนอยู่ ในยามสุขหรือทุกข์ก็ปราถนาใครซักคนที่จะมาร่วมแบ่งปันสิ่งเหล่านั้น
   ในโลกที่วุ่ยวายนี้จะมีซักกี่คนที่เริ่มฟังเสียงหัวใจตัวเอง ฟังความต้องการของใจตัวเอง แต่ละคนวิ่งต่อสู้กับการตามหาปัจจัยสี่ หรือ บางทีก็ตอบไม่ได้ว่าที่ๆทำอยู่ทำไปทำไม
   สายตาผู้คนเริ่มสิ้นความฝันไร้จุดยืน วิ่งตามกระเเสสังคม วิ่งไปลู่วิ่งที่ไม่มีเส้นชัย ไม่เคยหยุดคิดว่าจะวิ่งไปไหน เป็นเรื่องที่ดีที่มีการพัฒนาแต่ทำไมละ คุณค่าทางจิตถึงได้ลดลง จิตใจที่อ่อนโยนหายไปไหน ความโรแมนติกหายไปไหน ศิลปะละยังมีอยู่อีกไหม แล้ววันนี้รักตัวเองมากพอรึยัง
   ผมเลยคิดว่า ในเวลาอย่างวันนี้อยากขวนคนมาข่วยเเขร์ ศิลปะ ความ ART ทางอารมณ์ด้วยกัน การออกแบบต้องใช้จิตนาการ เป้าหมาย คือ การสร้างมนุษย์แห่งความสุขขึ้นมา เรามาร่วมสร้างตัวเราเองให้เป็นมนุษย์ความสุขกันด้วยงานศิลปะ และ ตัวเราเองคือ ผลงานชิ้นโบว์แดงที่มีพลังมหัศจรรย์ คือ นอกจากเราเองมีความสุขแล้วยังทำให้คนอื่นมีความสุขได้อีก เริ่มง่ายๆ แค่เริ่มยิ้มให้กับคนในกระจกก่อนเลย
  
  จะออกแบบหัวใจก็ต้องรู้เรื่องพื้นฐานบางเรื่องสักเล็กน้อย เรื่องง่ายที่ยากจะเข้าใจ



   เพราะ เรายังไม่รู้จักตัวเราเอง กับ เราไม่ยอมรับหัวใจเราเอง เนื่องด้วยเราควรรู้ก่อนว่า ใจเราจริงๆ เป็นแบบไหน อย่าง บางคนใจเข้มแข็ง บางคนใจอ่อนแอ และอีกหลายๆ หัวใจ ขึันกับประสบการณ์ที่ได้พบเจอกันมา
   สิ่งที่ทำให้หัวใจมีความหมาย นั้นคือ ความรู้สึกต่างๆ ที่เราได้รับจากรอบข้าง หรือ จากที่เราสร้างขึ้นมา เพียงลมผัดผ่านเราเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกดีมีความสุขแล้ว สำหรับบางหัวใจ
   ในเรื่องของเครื่องมือ ที่บอกความเป็นเราอย่างไร ก็มีทั้งแบบทดสอบจืตวิทยาต่างๆ ดวงวันเกิดบ้าง จากคนรอบข้างบ้าง เมื่อใคที่เรารู้จะไปทางไหน เครื่องมือที่จะพาเราไปมันจะมาเองลองค้นหากันดู
   สำหรับวันนี้  สิ่้งสำคัญ คือ หัวใจทุกหัวใจควรมีรัก ความรัก คือ ศิลปะที่ทำให้ใจ มีรูปแบบเฉพาะ ที่กล่าวมาล้วนเป็นนามธรรมก็จริง แต่ชิ้นงานศิลปะที่งดงามหรือมีเอกลักษณ์ต่างก็มาจากนามธรรมเช่นกัน

   วันนี้จึงชวนมาออกแบบหัวใจให้มีรักกัน
พื้นฐานของความรัก คือ ความเมตตา ส่วน ความเมตตาก็คือ อยากช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ ความเห็นใจ
ขอยกตัวอย่างนิยาม ความรัก ของนักคิดต่างๆในอดีตสักนิดหน่อย เพราะ มันเยอะเหลือเกิน 

มิตรภาพ ความหยั่งรู้ ความสุข ศิลปะแห่งชีวิตที่ดีทั้งปวงคือ ลูกประคำอันพร่างพรายซึ่งร้อยเรียงด้วยเส้นด้ายทองคำแห่งความรัก

ความรัก คือ ฐานและยอดพีระมิดแห่งความเป็นอยู่ของเราทุกๆคน

ความรัก คือ การเคลื่อนที่ไปอย่างมีพลังแห่งการเคลื่อนไหว อยู่หลังฉากความมุ่งหวังอันมีค่าทุกครั้งครา คือพลังผลักดันสูงส่งซึ่งเทิดชูมนุษย์ให้สูงส่ง

ความรัก คือ ความดีงามล้ำเลิศ คือชีวิตอันท่วมท้น คือการมอบตัวเราให้แก่ความมุ่งหวังและความมุ่งหมายอันสูงส่ง

ความรัก คือ การดึงดูดจิตวิญญาณ ซึ่งร้อยรวมผู้คนเข้าร่วมงานแห่งความมหัศจรรย์ด้วยกัน เหมือน เช่นที่ ฑอมัส คาร์ไลล์ รจนาไว้ สิบคนร่วมมือ ร่วมใจด้วยความรัก ก็สามารถทำในสิ่งซึ่งคนเรื่อนหมื่นต่างคนต่างทำแล้วอาจล้มเหลวได้

ความรัก คือ ยาแก้พิษอันดีพร้อม ซึ่งชำแรกผ่านสู่จิตใจเพื่อชำระล้างความชิงชัง ความรืษยา ความขุ่นเคือง ความกังวล และความหวาดกลัว

   ยังมีอีกมากมาย แต่ที่สำคัญ วันนี้ผู้ออกแบบความรัก คือ ตัวคุณ ดังนั้น คุณควรรักตัวเองก่อน รักยังไงคงเป็นคำถามในใจหลายคน (ไม่เอาน่า) เรารู้อยู่เเล้วว่าต้องทำยังใง ไปหานิยามรักที่โดนใจ หรือ ว่าใช่เราที่สุดมาก่อน สำหรับผม ความรัก คือ การให้ แค่นั้นง่ายๆ เมื่อผมบอกว่ารักคือการให้ ดังนั้น ผม จะหาสิ่งดีให้กับตัวเอง เริ่มที่สร้างสิ่งดีๆให้ตัวเอง นี่คือพื้นของการรักเป็น เหมือนกันหากเรารักงานทีทำเราก็ให้เวลากับงานนั้น หากเรารักใครสักคนเราก็จะหาสิ่งดีให้กับใครคนนั้น
   บางที่เราลองสังเกตุดูว่า ความรักนั้น พระเจ้าส่งมาเพื่อรับใช้เรา ไม่ใช้ให้เรารับใช้ความรัก มีผู้ที่ตกเป็นทาสแห่งความรักมากมาย จงรู้ตัวซะให้ไว หากมีใครได้เจ็บปวดเพราะรัก ก็ขอบคุณความรักที่ยังเตือนว่าเรายังมีลมหายใจจึงยังได้รู้สึก แล้วจดจำไวว่าที่เจ็บปวดนั้น คงเพราะ เรายังรักตัวเองไม่มากพอ 
   ความรัก คือ พื้นฐานของการออกแบบหัวใจในด้านต่างๆ เป็นพลังขับเคลื่อน เป็นแรงดึงดูด การออกแบบหัวใจจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจความรัก
    แต่ในบางคนเจอรักที่ไม่สมหวัง เจอรักที่ทำให้ทุกข์ หรือแม้อาจไม่เคยได้รู้จักความรักด้วยซ้ำ หรือมองความรักเป็นเรื่องคนคนสองคน พอเจอแบบนี้อยากให้มีมุมมองใหม่ว่า ตัวเราเองนี่แหละ คือ ครูชั้นอนุบาลที่จะสอนให้เรารักเป็น เริ่มจากรักตัวเองกันก่อนยังไม่ต้องแสวงหาผู้ใดมารัก เรียนรู้ตัวเอง เข้าใจตัวเอง แล้วคุณจะออกแบบความรักที่ดีออกมาได้ บททดสอบความรักที่ดีคือคุณได้รับความสุขจากรักนั้นเอง
   แล้วแบบนี้ การที่เราทำอะไรให้คนอื่น คนที่เรารัก หรือกับสิ่งใดก็ตามที่ไม่ใช่ตัวเราเอง แล้วมีความสุขละ ถามง่ายๆถ้ามีความสุขจริงๆละก็ นั้นคือคุณรักเป็นแล้ว เนื่องด้วย (ให้ไปสุขใจก็คือได้คืน) มันเป็นความรักเหมือนที่แม่คนหนึ่งทำให้ลูกที่ตัวเองรักนั้นแหละ เพราะ เธอรู้แล้วลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างของเธอเอง แต่กับบางอย่างที่ให้ไปแล้วรู้สึกสุขแต่เป็นความสุขชั่วคราว แล้วกับมานั่งทุกข์มากกว่าหากเป็นเป็นนี้ หันมารักตัวเองให้มากๆนะ (เป็นห่วง) 
   ความรักไม่ใช่การยึดมั่นถือมั่น แต่คืออิสระทั้งผู้รัก และ ผู้ถูกรัก เมื่อเข้าใจแบบนี้มันบั่นทอนความทุกข์ไปได้เยอะเลยละ
   ความรักทำให้เราอดทนต่อสิ่งที่เราทำ ต่อสิ่งที่เรารัก แต่กับความลุ่มหลงนั้นกับทำให้เหมือนคนโง่ที่ไม่ยอมฉลาดทั้งๆที่ทำได้
   วันนี้หากออกแบบความรักแล้ว มาตรฐานที่จะใช้วัด นั้นง่ายมาก คือ วันนี้คุณมีความสุข หรือ ความทุกข์
สำหรับแบบฝึกหัดที่ผมอย่างให้ทำนั้นไม่ยาก แค่หาสิ่งดีๆให้ตัวเอง แล้วค่อยตรวจสอบว่ามีความสุขไหม อันไหนทุกข์ก็ว่างไว้ก่อนอย่าเพิ่งทิ้งนะ บางอย่างอาจถูกคนเเต่ยังไม่ถูกเวลา อันไหนสุขก็รับสิ่งนั้นเก็บไว
เราจะได้รู้ไงว่าเราชอบจริงๆ อยากทำอะไรแล้วมีความสุขทำไป (ไม่เดือนร้อนใครนะ) เชื่อเถอะอะไรที่เดือดร้อนคนอื่นนั้น ไม่ใช่ความสุขหรอก 
   ลองจินตาการเราเป็นกระดาษ จะเเต่งจะเติมอะไรก็ทำไป ทำเพลินๆ หัวใจใครหัวใจมัน อย่างมีความสุขเอาความพอใจเป็นเครื่องวัด  เพราะเมื่อไหร่ที่เราเป็นตัวของตัวเองแล้วผู้คนรอบข้างรักเราในแบบที่เราเป็น นั้นคือความสำเร็จในการงานศิลปะชิ้นนี้เลย ศิลปะแห่งการรักตัวเอง ไกล์ให้หน่อยนึง ลองยิ้มให้ตัวเอง

  (มีสาระบ้าง ไม่มีบ้างต้องขออภัย แล้วจะทำให้ดีขึ้นไป ขอบคุณที่อ่านครับ)




   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น